ดูคลิปข่าว clip รถตู้ตกโทลเวย์ เหตุรถเก๋งซิ่งชนชนรถตู้บนโทลล์เวย์บริเวณหน้า ม.เกษตร เสียชีวิต 8 บาดเจ็บ 7

ดูคลิปข่าว clip รถตู้ตกโทลเวย์ เหตุรถเก๋งซิ่งชนชนรถตู้บนโทลล์เวย์บริเวณหน้า ม.เกษตร  เสียชีวิต 8 บาดเจ็บ 7
ภาพที่ใช้ประกอบข่าว
Sponsored Links

ธันวาคม 29, 2010 โดย admin  
โพสใน ข่าวเด่นประจำวัน

Sponsored Links

รถตู้ตกโทลเวย์ เหตุรถเก๋งชนรถตู้บนโทลล์เวย์ ดับ 8 เจ็บ 7

จากเหตุการณ์สุดสลด เก๋งซิ่งชนรถตู้บนโทลล์เวย์บริเวณหน้า ม.เกษตร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ล่า สุด วานนี้ ญาติผู้เสียชีวิตได้ทยอยเดินทางมารับศพแล้วที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และทันทีที่ได้เห็นศพผู้เสียชีวิตก็ต่างกอดกันร่ำไห้ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ด้าน นายวิศรุต พลสิทธิ์ อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า ตนเองได้โดยสารรถตู้คันดังกล่าวเพื่อกลับบ้านย่านแจ้งวัฒนะ โดยจะมาต่อรถที่หมอชิต ซึ่งพอขึ้นรถแล้วก็นั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ มาโดยตลอด จนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รถตู้ถูกกระแทกก่อนจะหมุนคว้างจนรู้สึกงง ก่อนจะกระแทกกับราวกั้นทางด่วนอย่างแรง และตนก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากรถ มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย คือ ศีรษะแตก มีรอยกระแทกช้ำบวมที่แขนลำตัว และที่รอดชีวิตมาได้เพราะปาฏิหาริย์ นั่งอยู่แถวกลางของรถ จึงทำให้ไม่กระเด็นออกมานอกรถเหมือนคนอื่น

ด้าน นายดุสิต เชาว์ไกรหัก วัย 19 ปี น้องชายต่างพ่อของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง นักวิจัยอดีตนักศึกษาทุน ก.พ. ปริญญาเอกประเทศอังกฤษที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า พี่ชาย ถือเป็นเสาหลัก เป็นความภาคภูมิใจของบ้าน ถึงแม้ว่าแม่จะมีอาชีพร้อยพวงมาลัยขายในตลาดเมืองราชบุรี แต่ก็สามารถส่งเสียพี่ชายให้เรียน และพี่ชายก็เป็นคนที่เรียนเก่งมาก จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนอยู่ ม.5 ก็สอบเทียบเข้าคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้แต่สละสิทธิ์ เนื่องจากอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงสอบทุน ก.พ. และได้ทุนไปเรียนที่ประเทศอังกฤษและเรียนจบเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็กลับมาเป็นนักวิจัยที่ สวทช.จนถึงปัจจุบัน ซึ่งพี่ชาย เป็นคนเรียบง่ายและขยันทำงานมาก ยังเป็นคนโสดที่ตั้งใจเก็บเงินสร้างฐานะ ซื้อคอนโดมิเนียมและส่งเงินให้แม่มาโดยตลอดตั้งแต่เรียนจบ อีกทั้งยังตั้งใจซื้อบ้านใหม่ให้แม่ด้วย ตนเองเคยบอกให้พี่ชายซื้อรถ แต่พี่ชายก็ไม่ซื้อเพราะไม่อยากมีภาระเพิ่ม จึงต้องใช้บริการรถตู้โดยสาร ต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกทุกวัน และเมื่อครอบครัวต้องมาสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปก็รู้สึกรับไม่ได้กับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแม่ก็ยังทำใจไม่ได้จนถึงขณะนี้ แต่ก็ยังต้องร้อยพวงมาลัยขายเหมือนเดิม เพราะยังต้องทำงานหารายได้ต่อไป


ขณะที่ นางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 62 ปี แม่ของ ดร.ศาสตรา ได้เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายเป็นลูกของพี่ แต่เมื่อพ่อแม่ของ ดร.ศาสตรา แยกทางกันก็ได้ขอมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และส่งเสียให้เรียนมาตลอด ซึ่ง ดร.ศาสตรา ก็เป็นเด็กเก่ง ขยัน รู้จักประหยัดอดออมมาตั้งแต่เด็ก และทำให้แม่ภูมิใจ ไม่เคยทำให้เสียใจเลย ยิ่งเมื่อได้ไปเรียนเมืองนอกกลับมาก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว ส่งเงินให้แม่ตลอด ไม่เคยขอเงินแม่เลย และตนก็รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้มาก ๆ

ด้าน นางนฤมล นิลวรรณ ดาราสาวรุ่นใหญ่ ป้าของ น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ นิสิตชั้นปี 3 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดัวกล่าว กล่าวว่า ก่อน เกิดเหตุ หลานสาวกำลังจะเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อกลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งพ่อแม่ที่บ้านได้เตรียมทำกับข้าว เพื่อต้อนรับลูกสาวที่มาเรียนในกรุงเทพฯ แต่ก็มาเกิดเหตุร้ายขึ้นก่อน โดยตอนแรกที่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุก็คิดว่าหลานได้รับบาดเจ็บเท่านั้น เพราะไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้เสียชีวิต แต่พอไปดูที่โรงพยาบาลวิภาวดีกลับไม่มี จึงไปติดต่อที่ สน.วิภาวดี ก็พบศพหลานสาว และไม่อยากจะเชื่อในภาพศพหลานสาวที่เห็นตรงหน้าเลย หลานสาวเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง ช่วยเหลือตัวเอง ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน และฝันอยากจะเป็นผู้พิพากษา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพราะหลานสาวรวมถึงผู้โดยสารที่โดยสารมาในรถ ตู้คันนี้ก็เป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติในวันข้างหน้า แต่ต้องมาเสียชีวิตก่อน และตนคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องขอบกั้นโทลล์เวย์ต่ำไปหรือไม่ และควรจะมีนโยบายที่เคร่งครัดเกี่ยวกับการคาดเข็มขัดนิรภัยในรถ เพราะมันสามารถป้องกันกรณีเกิดอุบัติเหตุได้

ด้าน นายอิทธิกร จินันทุยา อายุ 33 ปี น้องชาย นายภิญโญ จินันทุยา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พี่ชายเป็นคนเรียนเก่งหลังจากจบ ม.ปลาย ที่ จ.นครสวรรค์ ก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นจนจบปริญญาโทด้านสถาปัตย์ ก็กลับมาใช้ทุนที่ ม.ธรรมศาสตร์ และกำลังเตรียมขอทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่ต้องมาจบชีวิตก่อน ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเลย ส่วนศพของพี่ชายจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ชัยนาท

ส่วนเรื่องความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า กล้อง สามารถบันทึกภาพอุบัติเหตุได้เพียงสั้น ๆ เท่านั้น คือช่วงที่รถเก๋งสะบัดไปชนรถตู้ จากจุดที่ปะทะกันมาถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 70 เมตร จากนั้นรถตู้ได้เสียหลักออกไปทางด้านซ้าย ชนกับขอบกั้นโทลล์เวย์ ซึ่งเป็นจุดที่หลุดจากภาพในกล้องวงจรปิดไป แต่อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ก็กำลังพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เวลาประมาณ 21.45 น. รถตู้โดยสารประจำทาง วิ่งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มุ่งหน้า บีทีเอสจตุจักร มีผู้โดยสารเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ช่วงทางด่วนโทลล์เวย์ฝั่ง ขาเข้า บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จู่ ๆ รถเก๋งที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดพุ่งเข้าชนท้าย ทำให้รถตู้เสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ แรง เหวี่ยงอย่างรุนแรงทำให้ประตูรถตู้เปิดออก และมีผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ ร่วงจากทางด่วนตกลงมาด้านล่าง ซึ่งเป็นถนนวิภาวดี เสียชีวิตรวม 8 ราย เป็นชาย 5 ศพ หญิง 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 7 ราย เป็นผู้ชาย 4 ราย หญิงอีก 3 ราย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาวดี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ สภาพรถตู้พังเสียหายยับเยิน ทราบชื่อคนขับคือ นางนฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี เสียชีวิต ส่วนรถเก๋งคู่กรณีสภาพหน้ารถพังยับเยินเช่นกัน ขณะที่คนขับคือ น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดย น.ส.อรชร เป็นน้องสาวต่างมารดาของดารานักแสดงหนุ่ม “ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ซึ่งหนุ่มณัฎฐ์ ยอมรับว่า เป็นน้องสาวต่างมารดาจริง ชื่อเล่นว่า แพรวา แต่หลังเกิดเหตุดังกล่าว ตนยังไม่ได้ไปเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม มีผู้โดยสารรถตู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ได้เล่าเหตุการณ์นาทีระทึกให้เพื่อนฟัง และได้เผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ @Jariyayahyahh โดยผู้รอดชีวิตเล่าว่า ได้โดยสารรถตู้คันเกิดเหตุโดยนั่งข้างหน้ากับคนขับ และมีอีกคนนั่งคั่นกลางคนขับอยู่ ช่วง เกิดเหตุรถตู้ขับอยู่เลนกลางด้วยความเร็วปกติ แต่รถเก๋งซึ่งอยู่เลนขวาพยายามจะปาดเข้ามาเลนซ้ายสุด แต่หักหลบรถตู้ที่อยู่เลนกลางไม่พ้น จึงชนท้ายรถตู้เข้าอย่างจัง ทำให้รถตู้หมุนหลายตลบ จนประตูรถฝั่งผู้ โดยสารไปฟาดกับราวกั้นทางด่วนอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารกระเด็นออกนอกรถ ข้าวของทรัพย์สินลอยขึ้นสูงกระจายไปหมด แต่ผู้รอดชีวิตยังโชคดีที่คน นั่งข้าง ๆ พยายามดึงตัวไว้ไม่ให้กระเด็นออกนอกรถ จึงรอดตายมาอย่างหวุดหวิด ส่วนผู้โดยสารที่นั่ง 2 แถวหลังของรถตู้กระเด็นออกนอกรถทั้งหมด จึงเสียชีวิตพร้อมกับคนขับ

สรุปรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ดังนี้

1. ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. เพิ่งจบการศึกษาปริญญาเอก จากประเทศอังกฤษ

2. นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ สวทช. อยู่บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 1 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

3. นายปรัชญา คันธา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/29 หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

4. นายภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/73 ซ.อารีย์ 4 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

5. น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาปี 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นหลานของนางนฤมล นิลวรรณ ดารารุ่นใหญ่

6. นางนฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี คนขับรถตู้

7. นายเกียรติมันต์ รอดอารีย์ อายุ 23 ปี

8. น.ส. ตรอง สุดธนกิจ 24 ปี ติดตามญาติ 46 ม.16 บางละมาด เขตตลิ่งชัน กทม.

ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วย

1. น.ส.กัญจน์นภัส ปัญญาประเสริฐ อายุ 23 ปี มีบาดแผลทั่วทั้งร่างกาย และมีอาการปวดหลัง มีผลที่เท้า และเข่า นิ้วก้อยเท้าแตก

2. นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี บาดเจ็บไหปลาร้าซ้ายหัก หัวเข่าแตก

3. น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 18 ปี คนขับรถเก๋ง

4. นายมูฮัมหมัด ชารีฟ อายุ 31 ปี มีผลที่เท้า และเข่า นิ้วก้อยเท้าแตก

5. นายวิสรุต พลสิทธิ์ อายุ 35 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื้อตัวบวมช้ำ

6. นายสุนทร ปิตาทานัง อายุ 43 ปี มีแผลศีรษะแตก หัวไหล่ซ้ายเคลื่อน

7. หญิงไทยไม่ทราบชื่อ มีอาการสาหัส กระดูกหักเกือบทั้งตัว ซี่โครงซ้ายหัก ศีรษะถูกกระแทกต้องทำการผ่าตัดสมอง

อย่างไรก็ดี จากอุบัติเหตุดังกล่าว คณะทำงานสืบสวนอุบัติเหตุทางถนน ได้ศึกษากรณีอุบัติเหตุทีเกิดขึ้น และสรุปสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย นอก จากความประมาทของคนขับรถเก๋งและรถตู้แล้ว สิ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและตกลงมาจากโทลล์เวย์ได้ทั้งที่ไม่ควรจะรุนแรง ขนาดนั้น ก็คือ ตัวรถไม่มีอุปกรณ์ป้องกันโดยเฉพาะเข็มขัดนิรภัย จึงเตรียมเสนอกรมการขนส่งทางบกใช้มาตรการบังคับให้รถตู้โดยสารทุกคนมี เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ และลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก @eMrWhite
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
, @Jariyayahyahh

Sponsored Links

เรื่องฮอตฮิต

แสดงความคิดเห็นกันหน่อยน่ะ



ปิดการแสดงความคิดเห็น