พรีวิว Preview แมนนี่ ปาเกียว กับคู่ชกอย่าง โจชัว คล็อตตีย์

ไฟต์สั่งลา แมนนี่ ปาเกียว?
เอาปรอทมาวัดอุณหภูมิของวงการกีฬาในปีนี้ ก็ไม่รู้เป็นที่ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ามันไม่ค่อย “ร้อน” เหมือนอย่างที่มันเคยเป็น และควรจะเป็น
ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีอะไรให้รู้สึกเลย แค่คิดว่ามันไม่ค่อยมีอะไรที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนในความรู้สึก
โดยเฉพาะวงการมวยโลกที่ค่อนข้างเงียบเหงา และไม่มีไฟต์หยุดโลกให้คนได้เฝ้าติดตามชมกันมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีหลังจากที่ “ซูเปอร์ไฟต์” แห่งทศวรรษระหว่าง แมนนี่ ปาเกียว กับคู่ชกอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ต้องมีอันล้มเลิกไปด้วยเหตุผล “เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ดันเป็นเรื่อง” อย่างการจับตรวจหาสารกระตุ้นในช่วงก่อนแข่ง ที่ “แพ็กแมน” ไม่แฮปปี้ด้วย เพราะกลัวเข็ม และหวั่นว่าจะส่งผลต่อสภาพจิตใจ และร่างกายก่อนชกได้
งานนี้ทำเอาคอมวยนั้นอยู่ในภาวะ “อกหัก” ซึมเศร้า เหงา แฮงก์ กันถ้วนหน้า เพราะไม่คิดว่าจะพลาดไฟต์นี้ไปด้วยเหตุผลแบบนี้
ในเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นยังมีการพูดกันถึงเรื่องของผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวระหว่างทั้งสองยอดนักมวยที่เวลานี้น่าจะเป็น “ซูเปอร์สตาร์” เกรด 5 ดาวของวงการมวยโลกในเวลานี้อันส่งผลให้เกิด “เงื่อนไข” ประหลาด ๆ แบบนั้น
เอาเถอะครับมันผ่านไปแล้ว…
ที่อยากจะบอกก็คือคอหมัดมวยทั้งหลายโดยเฉพาะแฟนคลับของ ปาเกียว ไม่ต้องอดทนรออีกต่อไปแล้วครับ
สุดสัปดาห์นี้ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค. ของบ้านเรา ปาเกียว จะกลับมาขึ้นสังเวียนวาดลีลาการชกอีกครั้ง
แต่เราต้องเผื่อใจกันครับว่าหลังจากที่พลาด “ซูเปอร์ไฟต์” กับ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ไป มันเป็นเรื่องยากที่จะหาคู่ชกที่จะสามารถมาทดแทนความรู้สึกกันในระดับแมตช์ 7 ดาวแบบนั้นได้
ดังนั้นคู่ชกของ ปาเกียว ครั้งนี้จึงไม่โดดเด่นเท่าหลาย ๆ ไฟต์ที่ผ่านมา โดยนักมวยผู้โชคดีดังกล่าวคือ โจชัว คล็อตตีย์ ที่ได้รับสิทธิในการขึ้นชกกับ ปาเกียว แทนที่ของ พริตตี้บอย
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่า บ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์คนดังจะไปจัดคู่ชกตาสีตาสาที่ไหนให้ครับ เพราะยังไงมวยระดับ ปาเกียว แล้ว ไม่มีจัด “หมูนุ่ม” มาให้เคี้ยวเล่นอยู่แล้ว
โจชัว คล็อตตีย์ คนนี้เป็นอดีตแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตของสหพันธ์มวยนานาชาติ หรือ “ไอบีเอฟ” มาก่อน และก่อนหน้าจะได้สิทธิชกไฟต์นี้ นักชกชาวกานา วัย 32 ปี คนนี้ก็เพิ่งจะตะบันหมัดกับ มิเกล ค็อตโต้ คู่ชกคนล่าสุดของ ปาเกียว เมื่อเดือน พ.ย. ที่โดนจับทีเคโอ ในยกที่ 12
ที่สำคัญคือ ปาเกียว ได้ไปดูไฟต์ระหว่าง ค็อตโต้-คล็อตตีย์ โดยนั่งอยู่ที่ริงไซด์ด้วย ซึ่งในครั้งนั้นไปเพื่อสอดแนมดูฟอร์มของ ค็อตโต้ ที่จะต้องขึ้นชกกัน
เมื่อมองในมุมนี้ แปลว่าสำหรับ ปาเกียว แล้ว คล็อตตีย์ ไม่ใช่นักมวยแปลกหน้าที่เค้าไม่เคยสัมผัสซะเลย
เช่นกันกับในสายตาของบรรดาเซียนมวยทั่วโลกนั้นต่างก็จัดอันดับให้ คล็อตตีย์ ติดท็อป 20 ของโลกในเวลานี้เลยทีเดียว แม้บางคนจะมีความเห็นว่าเป็นการยกย่องที่เกินความจริงไปไม่น้อยก็ตาม
สำหรับสไตล์การชกของ คล็อตตีย์ นั้นเป็นสไตล์ที่แตกต่างจาก ปาเกียว เรียกว่ายืนกันอยู่คนละมุมเลยทีเดียว
แพ็กแมนขวัญใจมหาชนชาวโลกนั้น อย่างที่ทราบกันดีครับว่าเป็นมวยไฟเตอร์ ดุดัน ห้าวหาญ อึด ถึก และมีอาวุธคือกำปั้นเหล็กไหลที่พร้อมจะสอยคู่ชกให้ร่วงลงไปกองกับพื้นได้ตลอดเวลา
เอาง่าย ๆ ว่าเป็นสไตล์เดินหน้าฆ่ามันนั่นแหละครับ!
ส่วน คล็อตตีย์ เป็นมวยตั้งรับ มีหมัด “เคาเตอร์” หรือหมัดสวน เป็นอาวุธเด็ด ซึ่งแม้แต่ตัว ปาเกียว เองก็ยอมรับว่าคู่ชกกานาคนนี้ เป็นมวยที่อึด และเหนียวแน่นมาก
นอกจากนี้ยังมีส่วนสูงที่ได้เปรียบ (สูงกว่า 2 นิ้วครึ่ง) และช่วงชกที่ยาวกว่า (3 นิ้ว)
เรื่องจะเอาชนะก็คงไม่ถึงกับง่ายนัก ถึง เฟร็ดดี้ โรช เทรนเนอร์ของ ปาเกียว จะการันตีให้แฟน ๆ อุ่นใจว่าไฟต์นี้ไม่มีพลิกล็อกแน่ เพราะสภาพร่างกายของนักชกตากาล็อกค่อนข้างมีความสมบูรณ์อยู่มาก
จุดที่น่าสนใจสำหรับไฟต์นี้ น่าจะเป็นเรื่องที่เราจะมาดูกันว่า ปาเกียว จะทำ “การบ้าน” มาดีแค่ไหนในการเจอคู่ชกในสไตล์นี้ ซึ่งเป็นสไตล์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก
สรุปง่าย ๆ ก็คือ ปาเกียว จะหาทางทะลวงการ์ดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นอย่างไรให้ได้เร็วที่สุด เพราะมวยแบบนี้ถ้าชักช้าจะไม่ทันกินเอาครับ
เท่าที่ตามข่าวมา เจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าไฟต์นี้ต้องมีการทำการบ้านหนักไม่น้อย ต้องมีการวางแทคติก และซ้อมเทคนิคการชกใหม่ ๆ และคิดว่าน่าจะเป็น “บทเรียน” ที่ดี
ส่วนเรื่องที่แฟน ๆ เป็นห่วงกันว่าที่ปาเกียว ไปรับจ๊อบทางการเมืองด้วยการลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. ของฟิลิปปินส์ ที่จะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือน พ.ค. แพ็กแมน เขาการันตีครับว่าไม่มีผลกระทบต่อเรื่องนี้แน่นอน
ที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ ก็เป็นเรื่องข่าวลือที่ ว่าไฟต์นี้จะเป็นไฟต์สั่งลาของปาเกียวที่หลังจากนี้อาจจะเบนเข็มไปเล่นการเมือง ซึ่งเป็นความฝันของเจ้าตัวแบบเต็มที่
มันน่ากลัวก็ตรงเจ้าตัวบ่ายเบี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้นี่สิครับ ซึ่งถอดรหัสความในใจได้ว่ามันก็น่าจะมีมูลอยู่ไม่น้อย
บ๊อบ อารัม ยอดโปรโมเตอร์เองก็รู้สึกได้ถึง “สัญญาณ” อะไรบางอย่างในใจของ ปาเกียว และพยายามจะเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนใจ เพราะเวลานี้เขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงจุดสูงสุดได้ไม่นาน และดูแววแล้วก็น่าจะยืนระยะต่อไปได้อีกพอสมควรด้วย
แต่อารัม ก็ทำไม่สำเร็จเพราะ ปาเกียว มีความตั้งใจจริงมากในเรื่องการกลับไปเป็นนักการเมืองในบ้านเกิด หลังจากที่ได้มาใช้ชีวิตในสหรัฐ และเห็นความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในฟิลิปปินส์ อย่างคนละเรื่อง
เทรนเนอร์โรช เองก็ยอมรับว่ามีโอกาสที่ไฟต์กับ คล็อตตีย์ จะเป็นไฟต์สุดท้ายในชีวิตของปาเกียวได้เหมือนกัน เพราะว่าหากได้รับเลือกตั้ง ถึงเวลานั้น แพ็กแมนก็คงไม่มีเวลามากนักที่จะมาทุ่มเทให้การชกมวยเหมือนเดิม
ต่อให้พอจะหาเวลากลับมาเข้าแคมป์ได้ แต่มันก็คงไม่เหมือนเก่าแน่นอน
โดยส่วนตัวผมเองยังมองว่า ปาเกียว ไม่น่าจะตัดขาดจากผืนผ้าใบได้ในเวลานี้ครับ โดยเฉพาะยังมีไฟต์ในฝันที่แฟน ๆ รอคอยอยู่ และคน อย่างปาเกียว ก็เป็นคนที่แคร์แฟน ๆ มากคนหนึ่ง
โดยเฉพาะแฟน ๆ ชาวฟิลิปปินโน่ ที่ผมเชื่อว่าน่าจะอยากเห็นปาเกียว ได้ชกไฟต์ในฝันให้จบก่อน แล้วค่อยกลับมาเป็นนักการเมืองก็ได้
อย่างไรก็ดีเพื่อความไม่ประมาท ถ้าใครตื่นเช้าวันอาทิตย์ไหวก็อย่าลืมติดตามไฟต์นี้ระหว่าง ปาเกียว กับคล็อตตีย์นะครับ ทรูสปอร์ต จะถ่ายทอดสดทางทรูสปอร์ต 5 ตั้งแต่ 8 โมงเป็นต้นไปโดยสมาชิกทรูวิชั่นส์แพ็กเกจแพลทินัม และโกลด์ ในระบบดิจิตอลจะได้รับชมฟรี ส่วนแพ็กเกจอื่น ๆ และทรูไลฟ์พรีวิวก็ลองติดต่อเพื่อสั่งซื้อจาก call centre ดูแล้วกัน
หรือไม่ก็หาที่รับชมตามบ้านเพื่อนฝูง ญาติมิตรกันได้ตามอัชฌาสัยนะครับ.
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์
เรื่องและบทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องฮอตฮิต
คลิปวีดีโอ
|
ยานยนต์
|








แสดงความคิดเห็นกันหน่อยน่ะ