สมุนไพรอะไรรักษาสัตว์มีพิษกัดช่วงน้ำท่วม

พฤศจิกายน 5, 2010 โดย admin
โพสใน เรื่องราวน่ารู้
รักษาสัตว์มีพิษกัดช่วงน้ำท่วมด้วยสมุนไพร
ในเวลานี้อุทกภัยเริ่มขยายพื้นที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ภาคกลางอย่างกรุงเทพฯ และนนทบุรี ก็เตรียมแบกรับน้ำเต็มที่ เขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ ก็ต้องเตรียมรับมือทุกเขต ขุดลอกท่อระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำเตรียมให้พร้อม บางเขตคิดว่าตนเองอยู่ในพื้นที่สูง ไม่เคยมีน้ำท่วม อย่างเขตหลักสี่ เขตดอนเมืองพักหลังฝนตกน้ำท่วมสูงด้วย ก็ต้องดูโคราชเป็นตัวอย่าง บางพื้นที่ชั่วนาตาปีไม่เคยน้ำท่วม แต่วันนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ชั่วชีวิต พื้นที่ภาคอีสานตอนล่างก็กำลังเผชิญวิกฤติไม่แตกต่างกัน เพราะรองรับน้ำจากแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีลงสู่แม่น้ำโขง
บนสายธารของความ สูญเสีย เรายังได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องคนไทยแบบไร้สีไร้ข้างช่วยเหลือกัน ในยามทุกข์ ก็ขอให้สายธารในครั้งนี้ช่วยชำระพัดพาความขัดแย้งทั้งปวงทิ้งลงทะเล และแม่น้ำโขงไปเลย
อย่างไรก็ตาม ภัยอันตรายและโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมกับน้ำก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างเช่นตอนนี้ก็ประกาศขอรับบริจาคยาทาแก้น้ำกัดเท้า ซึ่งได้เคยแนะวิธีทำไปแล้วเมื่อไม่นานมานี่เอง และเมื่อวานทางคลินิกแพทย์แผนไทยเนตรดาวก็ได้ระดมหมอแผนไทยและลูกศิษย์มา ช่วยกันปรุงยาทาแก้น้ำกัดเท้าจำนวนมาก และนำส่งมอบจุดบริจาคต่างๆ ช่วยกระจายให้ชาวบ้าน
อีกหนึ่งภัยที่มาพร้อมกันเสมอ คือ อันตรายจากสัตว์มีพิษ อันนี้น่ากลัวกว่าน้ำกัดเท้าเสียอีก แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็เห็นจะเป็นจระเข้ เพราะยาตัวไหนคงใช้รักษาไม่ได้แล้ว นอกจากตัวใครตัวมัน อันนี้รัฐน่าจะต้องมีมาตรการในการทำฟาร์มจระเข้ที่เข้มขึ้นกว่านี้ ไม่เช่นนั้นน้ำท่วมทีไรคงประสาทผวากลัวจระเข้เป็นแน่แท้ คงกินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียดหนักกว่าน้ำท่วมเสียอีก
ส่วนงูเงี่ย วเขี้ยวขอ ตะกาบ เรายังมีสมุนไพรรับมือได้ แถบภาคอีสานมีหมอพื้นบ้านที่เก่งๆ เรื่องการรักษาสัตว์มีพิษกัดต่อยเยอะ ถ้าใครหาเตรียมได้ก็เตรียมไว้ใช้ประโยชน์ปีนี้ไม่ทัน ปีหน้าต้องฉุกคิดหน้าน้ำท่วมอย่าลืมน้ำกัดเท้าและสมุนไพรรักษาสัตว์มีพิษกัด เช่น
หอมแดง หาง่ายที่สุด ใช้แก้พิษแมงมุม อันนี้เป็นประสบการณ์บอกเล่าของคนที่เผชิญเสี้ยววินาทีชีวิตมาเอง แม้แต่โรงพยาบาลก็ยังสุดปัญญาที่จะช่วยเหลือได้ จึงไปหาหมอแผนโบราณ หมอให้เอาหัวหอมแดงทุบให้บุบผสมกับยาหม่องใช้ทาบริเวณที่โดนกัดและให้กิน ด้วย ทำทุกๆ 5-10 นาที สัก 3-4 ครั้งอาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ที่ต้องแก้ด้วยหอมแดงเพราะพิษแมงมุมเป็นพิษเย็นจึงต้องใช้ของร้อนอย่างหอม แดงและเร่งสรรพคุณด้วยยาหม่องช่วยขับพิษออกไปได้
เสลดพังพอน จะเป็นตัวผู้หรือตัวเมียก็คือพญายอ ตัวไหนก็ได้ สมุนไพรทั้งสองนี้นิยมนำไปทำทิงเจอร์ คือเอาไปตำแล้วดองกับเหล้าขาวทิ้งไว้ 15 วัน จึงกรองเอาน้ำไว้ใช้ทากลากเกลื้อน เริม งูสวัด แมลงกัด ได้ผลดี จะทำในรูปขี้ผึ้งก็เอาเทียนไขหลอมละลายแล้วเอาตัวยาที่สกัดได้ผสมลงไป แล้วบรรจุใส่ตลับไว้ใช้ก็สะดวก
มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้ใช้ได้ ผลดีคือเอาไปใช้รักษาฝีหาย และใช้พอกแผลเป็นหนองไม่นานก็หาย และยังใช้แก้พิษงูต่างๆ ได้ โดยเอาเสลดพังพอนเคี้ยวหรือตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำซาวข้าวหรือ เหล้าขาวประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ พอกไว้ที่ปากแผลนั้น หรือเอาเสลดพังพอนตำให้ละเอียดผสมกับดินประสิวสักนิด ใช้พอก นับว่าได้ผลดีเช่นกัน
โลดทะนงแดง แถบสุรินทร์บุรีรัมย์ใช้กันบ่อย โดนงูพิษ ตะขาบ หรือแมงมุมพิษกันมา ใช้โลดทะนงแดงฝนเอาพอกที่ปากแผล และให้กินด้วยจะได้อาเจียนเอาพิษออก ไม่ช้าไม่นานคนที่ถูกงูกัดก็ลุกขึ้นนั่งได้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรอีกหลายตัวที่รักษางูกัด เช่น กระเพราแดงทั้งต้น ผักเสี้ยนผี หญ้าลูกใต้ใบ ใช้ตัวใดตัวหนึ่งที่สามารถหาได้ง่ายและสะดวก นำสมุนไพรไปล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวครั้นเอาแต่น้ำรับ ประทาน กากยาใช้พอกปากแผล รายไหนรายนั้นไม่ตายแน่
ส่วนใครที่โดนตะขาบ กัด มีประสบการณ์บอกเล่าการแก้พิษ โดยใช้คางคกซึ่งเป็นสัตว์มีพิษเหมือนกัน แบบนี้ใช้พิษตัดพิษ เมื่อก่อนมีพวกนิยมกินของแปลกจับเอาคางคกไปทำอาหารกินคงนึกว่าเหมือนกบ เอาหนังออกก็กินได้ แต่ชะรอยไม่เอาต่อมยางพิษคางคกออกสุดท้ายก็ตายแล
ยาง คางคกแม้จะมีพิษแต่ก็เอามาใช้ทำยาได้ ในตำราแผนไทยระบุว่า ยางคางคกมีรสหวานฝาด อุ่น มีสรรพคุณถอนพิษ แก้ปวดและทำให้ฟื้นคืนสติ จึงนำมาเข้ายาตำรับยาบำรุงหัวใจ แก้ปวด ใช้ผสมเป็นยาทาภายนอกแก้คัน แก้พิษฝีต่างๆ
ยางคางคกมีสีขาวได้จากต่อมบริเวณใต้คาง เอาไปผึ่งไว้ในที่ร่มให้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ เอาไปใช้ทำยา หมอไทยส่วนใหญ่จะเอาคางคกที่ตายแล้ว แบบที่แห้งไม่มีกลิ่นเหม็นเก็บเอามาสุมไฟทั้งตัวจนเป็นถ่าน แล้วบดให้ละเอียดผสมกับน้ำมันยางใช้ทาแผลโรคเรื้อน โรคมะเร็ง คุดทะราด มีสรรพคุณเป็นยาฆ่าเชื้อโรคที่ดี
แล้วจะใช้คางคกแก้พิษตะขาบอย่างไร ผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดไวว่า คนในหมู่บ้านถูกตะขาบกัดปวดทรมานมาก ไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็ได้แต่ฉีดยาและให้รอดูอาการทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ มีคนที่เห็นเหตุการณ์ก็เลยเข้ามาช่วย โดยไปหาคางคกมา 2-3 ตัว แล้วเอาไม้เคาะหัวคางคกอย่างแรงแต่ไม่ถึงตาย สักพักก็มียางเหนียวๆ สีน้ำตาลไหลออกมา จึงเอาไม้ปาดเอายางนั้นไปพอกที่แผลที่โดนตะขาบกัด อาการปวดลดลงอย่างรวดเร็ว ทำแบบนี้ 3-4 ครั้ง อาการปวดก็หาย ประสบการณ์แบบนี้ต้องขอบคุณคางคกให้มากๆ ที่ช่วยให้รอดชีวิตมาได้ แต่คางคกคงคางเหลืองไปเหมือนกัน
พื้นที่ไหนประสบอุทกภัยซ้ำซาก เตรียมข้าวปลาอาหารหยูกยารับมือน้ำท่วมไว้เลย สมุนไพรชนิดไหนที่ใช้ประโยชน์ได้กินได้ปลูกไว้ให้มากๆ ดีกว่าปลูกหน้าวัว โป๊ยเซียน ชวนชมเป็นไหนๆ จะได้หยิบใช้ได้ทันท่วงที.
mี่มา http://www.thaipost.net/tabloid/241010/29094
เรื่องและบทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องฮอตฮิต
คลิปวีดีโอ
|
ยานยนต์
|








แสดงความคิดเห็นกันหน่อยน่ะ